เวลาเลือกซื้อเครื่องกรองอากาศคนส่วนมากจะมองที่ ตารางเมตร ว่าครอบคลุมพื้นที่ของบ้านไหม แต่ในความเป็นจริงแล้วสิ่งที่ควรจะดูมากที่สุดคือ CADR นั่นเองครับ


เพราะถึงจะกรองได้ตามตารางเมตรที่บอก แต่ถ้ากรองไม่สะอาด จะกี่ตารางเมตรก็ไม่มีค่าครับ เพราะฉะนั้นต้องดูที่ค่า CADR เป็นหลักถึงจะถูกต้อง

CADR คืออะไร? (Clean Air Delivery Rate)

CADR คือ “อัตราการส่งผ่านอากาศบริสุทธิ์” ซึ่งวัดปริมาณอากาศที่เครื่องกรองสามารถกำจัดสิ่งปนเปื้อนได้สำเร็จภายใน 1 นาที (หน่วยมักจะเป็น Cubic Feet per Minute: CFM หรือ m³/hr)

พูดง่ายๆ คือ มันคือการวัด “ความเร็ว” และ “ประสิทธิภาพ” ในการทำความสะอาดอากาศนั่นเองครับ

ทำไมต้องดู CADR แทนการดู “ตารางเมตร”?

หลายแบรนด์มักเขียนข้างกล่องว่า “เหมาะสำหรับห้อง 30-40 ตร.ม.” แต่ตัวเลขนี้มักจะอ้างอิงจากการเปิดเครื่องทิ้งไว้เป็นเวลานาน ซึ่งในความเป็นจริง:

  • ถ้าค่า CADR ต่ำ: เครื่องอาจจะกรองอากาศในห้อง 40 ตร.ม. ได้จริง แต่ต้องใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง (ซึ่งฝุ่นใหม่ก็ลอยเข้ามาเติมแล้ว)
  • ถ้าค่า CADR สูง: เครื่องอาจใช้เวลาเพียง 15 นาทีในการล้างอากาศให้สะอาดทั้งห้อง

สรุป: ค่า CADR ยิ่งสูง เครื่องยิ่งทำความสะอาดอากาศได้เร็วขึ้น ลดโอกาสที่คุณจะหายใจเอาฝุ่นเข้าไปก่อนที่เครื่องจะกรองทัน

วิธีอ่านค่า CADR 3 ประเภท

ส่วนใหญ่องค์กร AHAM (หน่วยงานตรวจสอบของอเมริกา) จะทดสอบสิ่งปนเปื้อน 3 อย่าง ซึ่งเครื่องหนึ่งอาจมีค่าไม่เท่ากัน:

  1. Smoke (ควัน): วัดอนุภาคขนาดเล็กที่สุด (0.09 – 1.0 ไมครอน) เช่น ควันบุหรี่ PM 2.5
  2. Dust (ฝุ่น): วัดอนุภาคขนาดกลาง (0.5 – 12 ไมครอน) เช่น ฝุ่นในบ้าน
  3. Pollen (เกสรดอกไม้): วัดอนุภาคขนาดใหญ่ (5 – 11 ไมครอน)

เทคนิคการเลือก: หากคุณกังวลเรื่อง PM 2.5 ให้เน้นดูค่า CADR สำหรับ Smoke เป็นหลักครับ

สูตรคำนวณง่ายๆ: ห้องเราควรใช้ CADR เท่าไหร่?

ถ้าคุณอยากได้มาตรฐานความสะอาดที่แท้จริง (อากาศในห้องต้องหมุนเวียนผ่านเครื่องกรองอย่างน้อย 5 รอบต่อชั่วโมง) ให้ใช้สูตร “กฎ 2 ใน 3” (Rule of Two-Thirds) ของ AHAM ครับ:

ค่า CADR (CFM) ควรมีอย่างน้อยเป็น 2 ใน 3 ของพื้นที่ห้อง (หน่วยตารางฟุต)

  • ตัวอย่าง: ห้องนอนขนาด 20 ตร.ม. (ประมาณ 215 ตารางฟุต)
  • วิธีคิด: 215 x (2/3) = 143 CFM
  • สรุป: คุณควรเลือกเครื่องกรองที่มีค่า CADR ไม่ต่ำกว่า 140-150 CFM เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

ข้อควรระวังเกี่ยวกับ CADR

  • เสียงดัง: ค่า CADR สูงสุดมักมาจากการเปิดพัดลม “เบอร์แรงสุด” ซึ่งอาจมีเสียงดังรบกวนการนอน หากคุณต้องการใช้ในห้องนอน ควรเผื่อค่า CADR ให้สูงกว่าขนาดห้องเล็กน้อย เพื่อให้เครื่องทำงานในโหมดเงียบ (Medium/Sleep) แต่ยังกรองอากาศได้ทันครับ
  • ไส้กรองตัน: เมื่อใช้ไปนานๆ ไส้กรองที่สกปรกจะทำให้ค่า CADR ลดลง ดังนั้นการเปลี่ยนไส้กรองตามกำหนดจึงสำคัญพอๆ กับการเลือกซื้อเครื่องแรงๆ ครับ

ถ้าเลือกเครื่องที่มี CADR ชัดเจน เหมาะกับขนาดห้องฝุ่นมาขนาดไหนก็ไม่ต้องกลัวอีกต่อไปครับ เลือกเครื่องกรองได้ถูกต้องก็เหมือนถูกหวยไวในชีวิตเลย

Categories:

Tags:

Comments are closed